ทัวร์ไทยไหว้พระใหญ่ เที่ยวภูหินร่องกล้า “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”
 
ทัวร์ไทยไหว้พระใหญ่ เที่ยวภูหินร่องกล้า “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”

ทัวร์ไทยไหว้พระใหญ่  เที่ยวภูหินร่องกล้า “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”  อลังการงานวิจิตร  เขาค้อ  ชวนฝันบนเส้นทางโรแมนติก....”ภูหินร่องกล้า – เขาค้อ”

“ภูดอกไม้สายหมอก”

ทัวร์ไทยไหว้พระใหญ่  เที่ยวภูหินร่องกล้า “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”  อลังการงานวิจิตร  เขาค้อ  ชวนฝันบนเส้นทางโรแมนติก....”ภูหินร่องกล้า – เขาค้อ”

“ภูดอกไม้สายหมอก”

            เป็นสโลแกนชวนเที่ยวของจังหวัด  “เพชรบูรณ์”  จากโครงการ  “เมืองต้องห้าม.......พลาด”  แคมเปญท่องเที่ยวสำคัญจาก  “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)”  ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง  จนเกิดการต่อยอดเป็นโครงการ 

“12  เมืองต้องห้าม.....พลาด”  ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยงใน  12  เมืองรองจากโครงการเมืองต้องห้าม...พลาด 

สู่จังหวัดใกล้เคียงเพื่อให้เกิดการเดินทางและการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น

            ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน 12 เมืองต้องห้าม...พลาด  ได้ทำการต่อยอดขยายสู่จังหวัดพิษณุโลก 1 ใน 12 เมืองต้องห้าม....พลาดเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยงทั้งสองจังหวัด  โดยหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสำคัญอันโดดเด่นของทั้งสองจังหวัด  ก็คือ “ทางหลวงหมายเลข  12 (พิษณุโลก - หล่มสัก)” จากพิษณุโลกสู่เพชรบูรณ์  ซึ่งในระหว่างรายทางเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย  จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “ถนนสายโรแมนติก” ของเมืองไทย

            เส้นทางกรุงเทพฯ – พิษณุโลก

จากกรุงเทพฯใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงวังน้อยแล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32(สายเอเชีย) ผ่ายอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี เข้านครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทางสาย 117 ตรงสู่พิษณุโลก รวมระยะทาง 377 กม. เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด เมื่อถึงพิษณุโลกแวะไหว้พระขอพร ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่)  ซึ่งเป็นวัดหลวงชั้นเอก “วรมหาวิหาร” ภายในวิหารของวัดเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” หรือที่ชาวเมืองพิษณุโลกเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ในสมัยพระธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) โปรดให้สร้างขึ้นกับพระพุทธชินสีห์  กราบนมัสการองค์หลวงพ่อใหญ่ “พระพุทธชินราช” พระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก  ที่ศักดิ์สิทธิ์  ชมพุทธศิลป์  ที่มีลักษณะอ่อนช้อยงดงามขององค์พุทธชินราช ที่ช่างผู้สร้างได้จัดทำประติมากรมอันประณีตนี้ไว้  ให้ท่านได้กราบขอศีลขอพร  พระพุทธชินราชและพระพุทธชินสีห์  ขอบุญบารมี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ชมวิหาร 9 ห้อง ที่ปัจจุบันเหลือเสาไม่ถึง 9 ต้น และพระอัฏฐารส  องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณวิหาร 9 ห้อง กราบ “พระเหลือ” เพื่อให้เหลือกินเหลือใช้ วิหารพระเจ้าเช้านิพพาน และหีบพระบรมศพ  สร้างในสมัยอยุธยา ภายในนอกจากจะมีพระประธานแล้ว ด้านหน้าของพระประธานจะประดิษฐานพระบรมศพจำลองของพระพุทธเจ้า  ซึ่งเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของวัด เข้าใจว่า ในการสร้างศิลปะชิ้นนี้ เป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า  มีลักษณะเป็นหีบบรรจุพระบรมศพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านท้ายของพระบรมศพมีพระบาทยืนออกมา  และมีพระมหากัสสัปปะ นั่งไหว้อยู่ รวมทั้งพระสาวกรูปอื่นๆ ศิลปะแบบนี้ ว่ากันว่า เป็นโบราณวัตถุที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย  ชาวบ้านมักจะนำพวงมาลัยมาไหว้ที่ปลายพระบาท  เพื่อขอพรและสมหวังไปหลายราย  ถ้าหากเดินทางเข้าด้านหน้าวัด  วิหารนี้จะอยู่ทางด้านขวามือ เป็นวิหารหลังเล็กๆ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

            หลังจากกราบพระขอพรเสร็จเดินทางต่อไปยัง อ.วังทอง “ทางหลวงหมายเลข 12 “ (พิษณุโลก-หล่มสัก) นำท่านสู่ วัดคีรีหิรัญญาราม (วัดเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว) ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เป็นที่ประดิษฐาน  “องค์พระแม่กวนอิมหยกขาว” ว่ากันว่า ใหญ่ที่สุดในโลก

(แกะจากหีบหอกไต้ทะเลสาบ มณฑลกว่างซี ประเทศจีน เป็นปางพิเศษที่ได้รับอนุมัติให้สร้างโดยรัฐบาลจีน  โดยใช้ต้นแบบจากวัดเจ้าแม่กวนอิม เมืองหวงโจว มีขนาดสูง 3 เมตร หนัก 3 ตัน มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้) และศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย

            จนถึง กม. 53 เข้าสู่ที่พักอันร่มรื่น ณ ทรัพย์ไพรวัลย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท  ต.แก่งโสภา

อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่มีธรรมชาติแวดล้อม ท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้กับบรรยากาศแสนสบาย  เช็คอินจัดเก็บสัมภาระเข้าที่พัก อิสระกับการพักผ่อน เดินเล่น ถ่ายภาพ บริเวณโรงแรม


            เส้นทางทรัพย์ไพรวัลย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท – ภูหินร่องกล้า – เขาค้อ

             รับอรุณยามเช้า ชมขบวนช้างออกจากปางช้าง พร้อมรับอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของภูเขาหิน และธรรมชาติที่ท่านจะแปลกตา ชมลานหินแตก ลานหินกว้าง ที่เกิดจากการโก่งตัวของพื้นผิวโลกจนเกิดเป็นรอยแตก ชมสำนักอำนาจรัฐ ลานเอนกประสงค์ ชมทิวทัศน์ที่ผาชูธง ลานหินปุ่ม ลักษณะลานหินที่เป็นเสาแท่งเล็กๆสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ โรงเรียนการเมืองการทหาร ชมบ้านพักแบบง่ายๆ กังหันพลังน้ำ สถานที่อบรมลัทธิคอมมิวนิสต์ของนักศึกษาที่เข้าร่วมขบวนการต่อสู้เมื่อ 6 ตุลาคม ราว 40 ปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้รอยอดีตจากการสู้รบ ได้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของอุทยานฯ อาทิ พิพิธภัณฑ์การสู้รบ สำนักอำนาจรัฐและโรงเรียนการเมืองการทหาร

            ภูหินร่องกล้ายังโดดเด่นไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงามหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น “ลานหินแตก” กับลักษณะของธรรมชาติอันแปลกตาของลานหอนกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก จุดชมวิวตามหน้าผาต่างๆ บริเวณ “โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า” “น้ำจกหมันแดง” เป็นน้ำตกงาม 13 ชั้น ในช่วงกลางฤดูฝนราวเดือนสิงหาคมจะสวยงามไปด้วย “ดอกลิ้นมังกร” ที่ออกดอกบานสีชมพูสะพรั่งขึ้นกระจายอยู่ตามโขคหินบริเวณธารน้ำตก โดยเฉพาะบริเวณโขคหินด้านหน้าของน้ำตกชั้นที่ 5 จะเป็นจุดที่พบดอกลิ้นมังกรบานหนาแน่นที่สุด “ลานหินปุ่ม” จุดไฮไลต์สำคัญที่เป็นดังสัญลักษณ์ของภูหินร่องกล้า นอกจากนี้ลานหินปุ่มยังเป็นจุดชมวิวชั้นดี กับทิวทัศน์เบื้องล่างอันสวยงามและกว้างไกล นับเป็นจุดถ่ายรูปอันโดนเด่นกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปุ่มหินประหลาดที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

            ชมวิวจนพอใจขับรถต่อไปยังภูทับเบิกผ่านเทือกเขาสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา ไม่นานนักก็ถึง ภูทับเบิก ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมาก จนกลายเป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND ที่คุณไม่ควรพลาดการไปเยือน ด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ภูทับเบิก  เพชรบูรณ์  ดินแดนในฝันของคนรักและชื่นชอบทะเลหมอก  โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูที่สามารถสัมผัสสายหมอกที่ภูทับเบิกได้แบบใกล้ชิด  ลอยไป ลอยมาให้เราได้ชื่นชมกันตลอดเช้าจรดเย็น เมื่อก่อนหากพูดถึงภูทับเบิกนิยามคำจำกัดความของ ที่นี่คือ ดินแดนแห่งกะหล่ำปลียักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

            จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุดของเพชรบูรณ์

และปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ และกระแสลมบน ขณะที่ในบางเช้าก็มีทะลหมอกขนาดใหญ่ กินบริเวณกว้างทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นทะเลหมอกที่ใกล้กับผู้ชมมากที่สุด เพราะหมอกทั้งหมดมาออกันอยู่ด้านข้างจุดนั้นนั่นเอง

 

เส้นทางทรัพย์ไพรวัลย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท – เขาค้อ – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว - กรุงเทพฯ

            อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ฟังเสียงเงียบสงัดของธรรมชาติ พร้อมอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ก่อนออกเดินทางจากโรงแรมชมโคลงช้างพร้อมให้อาหารแก่ช้างตัวน้อยใหญ่ซึ่งน่ารักน่าเอ็นดู จากนั้นเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 12 แวะชมวิว เก็บภาพที่ Route 12 ถนนเส้นนี้มีชื่อเป็นทางการว่า ถนนมิตรภาพ สายพิษณุโลก-หล่มสัก และสามารถเดินทางต่อไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ ขอนแกน และทุกจังหวัดในภาคอีสาน (มีจุดเริ่มต้นที่สะพานนเรศวรริมฝั่งแม่น้ำน่านทิศตะวันออก ถนนมิตรภาพ เป็นถนนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สายที่ 2 หลังจากเสร็จการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินถนนมิตรภาพสายสระบุรี นครราชสีมา ถนนมิตรภาพหมายเลข 12 ได้รับสมญานามว่าเป็น Green Route ของประเทศไทย เพราะเป็นถนนที่ร่มรื่นมีบรรยากาศสวยงามทุกฤดูกาล นับเป็นเสน่ห์ของเส้นทางนี้ สามารถแวะชมน้ำตก รีสอร์ท และรับประทานอาหารปลาน้ำจืดที่อร่อยได้ตลอดทาง จากจุดเริ่มต้นของทางหลวงได้ผ่านสถานที่ แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

            ถึงสามแยกแค้มป์สน ผ่านไร่ BN เดินทางขึ้นพระตำหนักเขาค้อ เพื่อพ่อหลวง.....ของเรา  ที่ตั้งอยู่บริเวณเขาย่า คือ สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนเขาค้อต้องแวะ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างพระตำหนักเขาค้อ นั้นมีผลพวงมาจาก ตำนานการสู้รบบนขุนเขาแห่งนี้เช่นกัน เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาทรงประกอบพิธีเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ทรงปรารถกับ พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์ (ยศขณะนั้น) แม่ทัพภาคที่ 1 และนายจำเนียร ปฏิเวชวรรณกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในขณะนั้น บริเวณเขายามีพื้นที่สวยงาม น่าจะจัดทำโครงการอะไรสักอย่างเพื่ออนุรักษ์ป่า ดังนั้น แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้วาราชการจังหวัดเพชรบูรณ์จึงตกลงใจสร้างพระตำหนักเขาค้อขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ทรงตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เมื่อการก่อสร้างเสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาทรงประกอบพิธีเปิดพระตำหนักเขาค้อ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528 ปัจจุบันพระตำหนักเขาค้อยังคงทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสายเพราะบริเวณโดยรอบพระตำหนักฯเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิด มีต้นสนป่าเรียงรายกันเป็นแนวยาว แต่สิ่งที่เป็นจุดสุดยอดของที่นี่คือ ยอดเขาย่า ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสารมารถมองเห็นทัศนียภาพชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในแบบ 360 องศาของเมืองเขาค้อหรือ “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” พระตำหนักเขาค้อตัวอาคารเป็นลักษณะครึ่งวงกลม บริเวณโดยรอบประดับไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด

            ต่อจากนั้น นำท่านชมอนุสรณ์ผู้เสียสระเขาค้อ มีลักษณะเป็นเสาหินอ่อนสูงเด่นสามารถมองเห็นในระยะไกล สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหารตำรวจและพลเรือนที่ได้พลีชีพในการรบ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติในเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ชมพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษกเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกาที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช องค์เจดีย์มีเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยและรัตนโกสินทร์ประยุกต์ เชื่อว่าหากใครมีโอกาสมาสักการะอย่าลืมตีระฆังที่เป็นราวยาวด้านข้างให้ตรึมทุกใบ เพราะเชื่อกันว่าอายุจะยืนยาวอีกหลายปี แวะสักการะ “ศาลเจ้าพ่อเขาค้อ”

            แวะชม “พิพิธภัณฑ์อาวุธสงคราม” (ฐานยิงสนับสนุนอิทธิ) มีทั้งปืน รถถัง เครื่องบิน ที่เคยใช้ในการสู้รบจริงๆ เช่น เครื่องบินขับไล่ F5 รถสายพานลำเลียงพลปืนใหญ่ ฯลฯ นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์การสู้รบกลางแจ้งที่ทันสมัยแห่งหนึ่งที่นำมาแสดงไว้ให้ชม อดีตที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการสู้รบ แต่วันนี้กลายเป็นที่ตั้งของอาวุธ (เพราะหุบเขาคือชัยภูมิที่ตั้งที่เหมาะแก่การจัดตั้งกองกำลังทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์ จึงใช้เป็นพื้นที่ในการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ จนทำให้เกิดสงครามการต่อสู้ที่ยืดยาวนาน จวบจนกระทั้งปี 2524 เสียงปืนจึงได้สงบลงจากเมืองแห่งสงครามกาลเวลาค่อยๆเปลี่ยนเขาค้อให้เป็นเมืองเที่ยวท่อง แต่บนสมรภูมิเมื่อวันวานย่อมมีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ สถานที่ท่องเที่ยวเขาค้อในวันนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งการสู้รบมากมายให้ระลึกถึงความหลัง)

            เดินทางต่อไปไหว้พระที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ชมความงดงามขององค์

พระธาตุเจดีย์ดึงดูดใจผู้มาเยี่ยมชมกันไม่ขาดสายรูปทรงขององค์พระธาตุสร้างเลียนแบบดอกบัวที่ซ้อนกัน 7 ชั้นเพื่อถวายแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าประดับด้วยกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนสิ่งมีค่าต่างๆตลอดจนเซรามิคหลากสีสันที่บรรจงแต่งแต้มไว้อย่างวิจิตรบรรจงเกินบรรยายเป็นสถานศาสนสถานปฏิบัติธรรมที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามลักษณะแบบศิลปะตะวันออกประยุกต์ด้วยแนวคิดของศิลปินผู้ออกแบบที่ตั้งใจจะให้เป็นทั้งชิ้นงานประติมากรรมกลางแจ้งและสถาปัตยกรรมทางศาสนาอันสวยงามโดดเด่นดึงดูดสายตาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาสวยบรรยากาศดีที่จะให้เป็นจุดจดจำของผู้มาเยือนและไหว้ขอพรพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ พระพุทธเจ้าทั้งห้าแห่งภัทรกัป  สถานที่ที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด


Accommodation | Facilities | Activities | Packages & Promotion | Gallery | Reservation | Sitemap

Sappraiwan Grand Hotel & Resort Address :

1/79 Moo 2 , Wangthong-Lomsak road @ 284 km.    Keangsopha , Wangthong , Phitsanulok , Thailand
Tel : +66 (0) 81-533-7288 , +66 (0) 55-293-293     Email: contact@sappraiwan.com
Copyrights @ 2012 sappraiwan.com All Rights Reserved